
เมื่อแผ่นกระจกขนาดใหญ่ถูกนำเข้าสู่เครื่องงัดโค้ง นาฬิกาก็จะเริ่มทำงานทันที หากพื้นผิวของแผ่นกระจกไม่ได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอ ก็จะเกิดการบวมที่ขอบแผ่นกระจก และเกิดความเบี่ยงเบนทางแสงในส่วนกลาง หากอัตราการเพิ่มอุณหภูมิช้าเกินไป ก็จะทำให้กระบวนการผลิตชะลอตัวลง และเตาหลอมก็จะทำงานช้าลงด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุณหภูมิที่สม่ำเสมอจากเครื่องงัดโค้ง มิฉะนั้นกระบวนการผลิตทั้งหมดก็จะล้มเหลว
สิ่งที่สำคัญจริงๆ
เราเลือกใช้เครื่องงัดโค้งที่มีเครื่องกำเนิดความร้อนแบบควอตซ์คลื่นสั้น เพราะมีความสามารถในการตอบสนองที่รวดเร็ว และมีความหนาแน่นของพลังงานสูง ในทางปฏิบัติ สิ่งนี้ช่วยให้สามารถเพิ่มอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็วถึง 15°C/วินาที ทำให้สามารถเพิ่มอุณหภูมิจากอุณหภูมิห้องไปสู่อุณหภูมิที่เหมาะสมได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต อุณหภูมิที่พื้นผิวจะอยู่ในช่วง ±2% ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเครียดทางความร้อน และรักษาความสมบูรณ์ของขอบแผ่นกระจกไว้ ความหนาแน่นของพลังงานถูกตั้งค่าไว้ที่ 30–40 kW/m² ซึ่งเพียงพอที่จะใช้กับแผ่นกระจกขนาดใหญ่ได้ โดยไม่ทำให้อุณหภูมิสูงเกินไป โมดูลนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้กับระบบไฟฟ้า 400/480 V มีการเดินสายที่เรียบร้อย และสามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเครื่องงัดโค้งนี้จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในกระบวนการผลิต นั่นคือ “เวลาคือปัจจัยสำคัญ” การให้ความร้อนอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอจะช่วยลดเวลาในการผลิต และลดความเสี่ยงที่แผ่นกระจกจะแตกเนื่องจากความร้อนที่ไม่สม่ำเสมอ เมื่ออุณหภูมิสม่ำเสมอ แผ่นกระจกก็จะมีรูปร่างที่สม่ำเสมอ ทำให้ไม่ต้องมีการปรับแก้แผ่นกระจกอีก นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะเครื่องกำเนิดความร้อนจะให้ความร้อนโดยตรงกับแผ่นกระจก ไม่ใช่กับอากาศ และการเพิ่มอุณหภูมิที่รวดเร็วก็ช่วยลดการสูญเสียพลังงานได้ด้วย
โดยสรุปก็คือ สามารถผลิตแผ่นกระจกได้มากขึ้นต่อชั่วโมง มีแผ่นกระจกที่เสียหายน้อยลง และได้คุณภาพที่แน่นอน
ข้อควรระวังบางประการ
เครื่องกำเนิดความร้อนนี้สามารถใช้งานได้กับเครื่องงัดโค้งส่วนใหญ่ แต่ต้องคำนึงถึงระยะห่างรอบๆ แผ่นกระจกด้วย ควรมีระยะห่างอย่างน้อย 25 มม. เพื่อหลีกเลี่ยงการสะท้อนแสงและการสัมผัสกันของแผ่นกระจก นอกจากนี้ยังต้องรักษาพื้นผิวของเครื่องกำเนิดความร้อนให้สะอาด เพราะฝุ่นและสารเคลือบต่างๆ อาจส่งผลต่อความสามารถในการให้ความร้อน และทำให้อุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ ควรมีระยะเวลาในการปรับอุณหภูมิหลังจากติดตั้ง เพื่อให้ระบบควบคุมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่มีความแม่นยำร่วมกับเครื่องกำเนิดความร้อน เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำในแต่ละครั้งที่ผลิต